จ่ายห นี้ไม่ไหวทำไงดี

ร าชกิจจาฯประก าศแล้ว “พ.ร.ก.สินเชื่ อฟื้นฟู-พักทรั พย์ พักห นี้” วงเงิ น 3.5 แสนล้านบ าท

ช่วยเสริมสภาพคล่อง-ลดภาระห นี้ผู้ประกอบการธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากCV

วันที่ 10 เมษายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ

และฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโร คติดเชื้ อไวรั สCVพ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 3.5 แสนล้านบ าท

โดยระบุว่าเ หตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ เนื่องจากการระบ าดของโร คติดเชื้ อCV ๒๐๑๙

ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและย าวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ส่งผลให้ความเสี่ ยง ด้านเครดิตในระบบการเงิ นของประเทศปรับสูงขึ้นมาก

ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว และต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเ งินเพื่อสร้างสภาพคล่องเพิ่มเติม

แก่ผู้ประกอบธุรกิจให้สอดคล้องกับวัฏจักรการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลก

รวมถึงมีมาตรการลดภาระห นี้ ของผู้ประกอบธุรกิจ(พักท รัพย์ พักห นี้) โดยเปิ ดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจโอนท รัพย์สิน

ชำระห นี้แก่สถาบันการเงิ นโดยมีเงื่อนไข ซื้อคืนในราคาที่โอนไปและมีสิทธิเช่าทรั พย์สินนั้นกลับไปใช้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกัน

ไม่ให้เกิ ดสภาวะ ขาดสภาพคล่องหรือผิดนัดชาระห น้ีอันจะส่งผลต่อฐานะทางการเงินของสถาบันการเงิ น

และต่อเสถียรภาพ ทางการเงิ นและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศอย่ าง รุนแ รง

ปล่อยกู้ธุรกิจดอกเบี้ ยต่ำไม่เกิน 5%

พ.ร.ก.ฉบับนี้สาระสำคัญประกอบด้วย 2 มาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ ได้แก่

1.มาตรการสนับสนุนการให้สิน เชื่ อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่ อฟื้นฟูธุรกิจ) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จ

ะให้สถาบันการเงินกู้ยืมเงิ นอัตราดอกเบี้ ย 0.01% เพื่อให้สถาบันการเงิ นนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากCV

กู้ยืมตามที่กำหนดในวงเงินไม่เกิน 2.5 แสนล้าน บ าท

โดยสถาบันการ เงิ นจะคิดดอกเบี้ ยผู้ประกอบการธุรกิจโดยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาต้องไม่เกิน 5% ต่อปี

โดยในช่วงระยะเวลาสองปีแรกของสัญญาให้คิดอัตราดอกเบี้ ยได้ ไม่เกิน 2% ต่อปี

และไม่เรียกเก็บ ดอกเบี้ ยจากผู้ประกอบธุรกิจในระหว่าง 6 เดือนแรกนับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับสินเชื่ อ

ทั้งนี้ เพื่อประโยช น์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับ ผลกระทบจากCV

ได้ อย่ างกว้างขวางและท่ัวถึง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกร รมขนาดย่อม มีวัตถุประสงค์ หน้าที่

และอำนาจในการค้ำประกันสินเชื่ อ ที่สถาบันการเงิ นให้ผู้ประกอบการกู้ยืม โดยบรรษัทประกันสินเชื่ ออุตสาหกร รมขนาดย่อม

จะรับภาระไม่เกิน 40% ของวงเงิ นสินเชื่อทั้งหมดที่สถาบันการเงิ นแต่ละแห่งให้แก่ผู้ประะกอบการธุรกิจ

เดินหน้ามาตรการ ”พักท รัพย์ พักห นี้”

2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเเพื่อชำระห นี้ (พักท รัพย์ พักห นี้)

โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอานาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิ นเพื่อใช้ ในการดำเนินการตามหมวดน้ี ภายใน วงเงิ นไม่เกิน 1 แสนล้านบ าท

ทั้งนี้สถาบันการเงินที่จะขอกู้ยืมเงิ นจาก ธปท.ตามหมวดนี้

ต้องเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับโอนทรั พย์สินอันเป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ธปท. ประกาศกำหนด

โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นลู กห นี้ของสถาบันการเงิ นนั้นอยู่แล้วก่อนวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

และมีทรัพ ย์สินไม่ว่าจะเป็นของผู้ประกอบธุรกิจเองหรือของบุคคลอื่น เป็นหลักประกันการชำระห นี้

สัญญาซื้อท รัพย์คืนใน 5 ปี

ทั้งนี้ ในการรับโอนทรั พย์สินต้องมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบธุรกิจ หรือเจ้าของท รัพย์สิน

มีสิทธิซื้อท รัพย์สินอันเป็นหลักประกันคืนได้ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งต้องไม่เกิน 5 ปี

นับแต่วันที่โอนทรั พย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือภายในระยะเวลาที่ยาวกว่าน้ันตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ

ส่วนราคาทรั พย์สินที่สถาบันการเงิ นจะขายคืนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของท รัพย์สิน

ต้องไม่สูงกว่าราคาที่รับโอนไว้รวมกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

หักด้วยค่าเช่า ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจมีการเช่าทรั พย์สินไปเพื่อดำเนินธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม